สัมผัสทุกอารมณ์ของข่าวสาร ดูคลิป ดูดวงแม่นๆพร้อมกับเพลงซึ่งสามารถฟังเพลง โดยระบบเพลงออนไลน์ พร้อมยังมีบริการเฟซบุ๊ก และโค้ดhi5อีกด้วย ได้ที่นี่กระดานดำดอทคอม

ข่าวทาบ’เคอิโงะ’เล่นหนังสหมงคลฟิล์ม เรื่อง”เพื่อนตาย”

ทาบ’เคอิโงะ’เล่นหนัง ผวจ.พิจิตรหนุนสุดตัว

ทีวียุ่นเกาะติด ‘แตแต้’ “น้องเคโงะ” ดังใหญ่ ผู้กำกับหนังใน เครือสหมงคลฟิล์มทาบทามให้ไปเล่นหนังเรื่อง “เพื่อนตาย” ในบทเด็กดีมีความกตัญญู แต่ป้าเด็กยังไม่ตอบรับ ขอปรึกษา ผวจ.อีกที ขณะที่เด็กหญิงวัย 13 ปี ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น โผล่อีกราย เป็นนักเรียนชั้น ม. 2 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 31 จ.แพร่ วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยสานฝัน สำนักข่าวญี่ปุ่นบุกเชียงใหม่ถ่ายทำสกู๊ปชีวิต “น้องแตแต้” กับ “น้องนารูมิ” สองลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นกลับไปเผยแพร่ เชื่อได้พบพ่อสมหวัง

เรื่อง ราวชีวิตของ “น้องเคโงะ” ด.ช.เคอิโง๊ะ ซาโต วัย 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) อ.เมืองพิจิตร ที่ประกาศตามหานายคัทซูมิ ซาโต พ่อชาวญี่ปุ่น จนกระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสานฝันให้เด็กชายยอดกตัญญูรายนี้ได้พูด คุยกับพ่อสมปรารถนาและกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น อีกหลายรายที่อยู่ในสภาพเดียวกันออกมาประกาศตามหาพ่อชาวแดนอาทิตย์อุทัย

เมื่อ เวลา 11.30 น. วันที่ 27 พ.ค. นางปัทมา จตุพิศ ป้าของ ด.ช.เคอิโอะ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าในช่วงสายวันเดียวกัน ได้มีโทรศัพท์จากนายธีรพัฒน์ วรพัฒน์ ผู้กำกับภาพยนตร์ บริษัทไวท์เอ็นเตอร์เมนท์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตภาพยนตร์สังกัดบริษัทสหมงคลฟิล์มติดต่อมาว่าจะให้ ด.ช.เคอีโงะ ไปแสดงภาพยนตร์เป็นพระเอกในเรื่อง “เพื่อนตาย” โดยแสดงเป็นบทเด็กดีมีความกตัญญู และจะถ่ายทำในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่ทำให้เสียการเรียน และภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว จะฉายในเครือสหมงคลฟิล์ม โดยทางผู้กำกับภาพยนตร์จะเดินทางมาเจรจาอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ตนเองตอบไปว่าจะต้องปรึกษาหารือกับทางนายสมชัย หทยะตันติ ผวจ.พิจิตร และผู้ใหญ่ที่ดูแล ด.ช.เคอิโงะ อีกครั้งหนึ่ง

ต่อมาเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน นายสมชัย หทยะตันติ ผวจ.พิจิตร พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ไปเป็นประธานในการมอบรถเข็นเพื่อใช้ ในการขายส้มตำให้กับนางปัทมา จตุพิศ ป้าของ ด.ช.เคอิโงะ ที่บริเวณข้างโบสถ์หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง เพื่อประกอบอาชีพที่ยั่งยืนให้ ใช้ชื่อร้านว่า “ส้มตำเคอิโงะ” โดยนายสมชัยกล่าวถึงกรณีที่มีบริษัทสร้างภาพยนตร์ติดต่อให้ ด.ช.เคอิโงะ ไปแสดงภาพยนตร์ว่า หากไม่เสียการเรียนก็เป็นเรื่องน่าสนับสนุนเพราะเป็นโอกาสของเด็ก ส่วนเรื่องสิทธิประโยชน์ที่เด็กควรได้รับนั้น ก็ต้องให้หลายฝ่ายช่วยกันดูแล ขณะนี้มีหลายบริษัทหลายหน่วยงานติดต่อมาทางนางปัทมา ป้าของ ด.ช.เคอิโงะ ตนกำลังให้นางปัทมารวบรวมรายละเอียดว่ามีที่ใดติดต่อบ้าง เพื่อวางแนวทางให้ ด.ช.เคอิโงะได้ประโยชน์มากที่สุด

วันเดียวกันผู้ สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 31 หมู่ 2 ต.ทุ่งน้าว อ.สอง จ.แพร่ หลังรับแจ้งว่ามีเด็กหญิงลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น อีกรายประกาศตามหาพ่อ โดยนายวิวัฒน์ ทองภักดี ผอ.โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 31 นำนางกัลยา ใจเฉวก อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 3 หมู่ 3 ต.แดนชุมพล อ.สอง จ.แพร่ และ ด.ญ.มายูมิ โอกาโน อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกันและเป็นลูกสาวของนางกัลยามาพบผู้สื่อข่าว โดยนางกัลยานำหลักฐานภาพถ่าย พาสปอร์ต และเอกสารอื่นๆมาให้ดูเพื่อเป็นการยืนยันว่า ด.ญ.มายูมิ เป็นลูกสาวที่เกิดกับนายยาชิโอะ โอกาโน สามีชาวญี่ปุ่น

นางกัลยาเปิด เผยว่า ระหว่างปี 2534-2535 เดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่น พบรักกับนายยาชิโอะ สามีชาวญี่ปุ่น มีลูกด้วยกัน 1 คน คือ ด.ญ.มายูมิ ต่อมาทราบข่าวว่าพ่อที่อยู่เมืองไทยป่วยหนัก จึงเดินทางกลับมาเยี่ยม โดยสามีและลูกสาวซึ่งขณะนั้นอายุได้ 3 ขวบเดินทางมาด้วย หลังสามีพักอยู่ที่เมืองไทยระยะหนึ่งจึงได้เดินทางกลับญี่ปุ่นคนเดียว เนื่องจากตนยังมีภาระต้องดูแลพ่อที่ป่วย จนกระทั่งพ่อเสียชีวิต ปรากฏว่าสามีขาดการติดต่อ พยายามประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดต่อแต่ไม่ สามารถติดต่อได้ จนเวลาล่วงเลยผ่านมาหลายปี หลังจากที่ลูกสาวเห็นข่าว ด.ช.เคอิโงะ ออกมาประกาศตามหาพ่อประสบความสำเร็จ ลูกสาวจึงขอให้ตนไปร้องสื่อมวลชนเพื่อช่วยติดตามหาพ่อด้วย ขณะเดียวกันนายวัลลภ พริ้งพงษ์ ผวจ.แพร่ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเงินไปมอบกับครอบครัวของนาง กัลยาเพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว

ส่วนลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น อีกรายคือ ด.ช.ยามาโต นิอึมือระ หรือ “น้องแตแต้” วัย 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนเทศบาลวัดพวกช้าง อ.เมืองเชียงใหม่ ประกาศตามหานายมาซาโต นิอึมือระ พ่อชาวญี่ปุ่น วันเดียวกันนางรุ้งลาวัลย์ พิทยาวุธวินิจ อายุ 47 ปี มีอาชีพค้าขาย อยู่บ้านเลขที่ 144/150 ถนนมะลิวัลย์ ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น ได้นำหลักฐานและภาพถ่ายของนายมาซาโตมอบให้ผู้สื่อข่าวเป็นแผ่นถ่ายเอกสาร พาสปอร์ตของนาย มาซาโต นิอึมือระ ด้านหลังมีข้อความ 6-1-6-958 ojima Koto-ku Tokyo 136 Japan และ 001-81-3-3685-8139 พร้อมภาพถ่ายนายมาซาโต กำลังอุ้ม ด.ช.ยามาโต กับภาพนายมาซาโตคู่กับนางรัตนาพ่อและแม่ของ ด.ช. ยามาโต รวมทั้งแผ่นกระดาษเขียนด้วยปากกาสีดำ มีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ เป็นชื่อและที่อยู่ เบอร์ โทรศัพท์ของนายมาซาโต เลขที่ 202 Sun Plaze Ichikawa 1-12-12 Baraki Ichikawa-city Chiba-ken Japan 272-0004 โทรศัพท์ 001-81-473-27-4472 โดยยืนยันว่าเอกสารดังกล่าวมีนางพร ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเคยรู้จัก กับครอบครัวของนางรัตนาเป็นผู้นำมามอบให้อีกทอดหนึ่ง เพื่อใช้เป็นข้อมูลติดตามนายมาซาโต

นอกจากนี้ วันเดียวกันสื่อมวลชนจากสำนักข่าวญี่ปุ่นได้เดินทางไปทำข่าวสัมภาษณ์ ด.ช.ยามาโตและนางปิยะฉัตร อาหมัด ผู้อุปการะ ด.ช.ยามาโต ที่บ้านเลขที่ 31/2 ถนนเวียงพิงค์ซอย 1 ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ สร้างความดีใจให้กับ ด.ช.ยามาโต เป็นอย่างมาก พร้อมกล่าวว่า พ่อเห็นข่าวผมออกทีวีพ่อจะต้องติดต่อกลับมา หลังจากนั้นสื่อมวลชนจากญี่ปุ่นได้เดินทางไปทำข่าว น.ส.นารูมิ ฮามาดะ ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นอีกคนที่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 1 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ น.ส.นารูมิ เปิดเผยว่าคิดถึงพ่อมาก อยากจะคุยกับพ่อบ้าง เชื่อว่าหากพ่อเห็นข่าวจะต้องกลับมาหาอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับ ด.ช.โนบุฮีโร่ นาคใหญ่ หรือซากาโมโต อายุ 13 ปี นักเรียน ม.2 โรงเรียนประชามงคล ต.สมเด็จเจริญ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ที่ประกาศตามหาพ่อชาวญี่ปุ่นเช่นกัน นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผวจ.กาญจนบุรี สั่งการ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลเร่งให้ความช่วยเหลือแล้ว ด.ช.โนบุฮีโร่กล่าวว่า คิดถึงพ่อมาก อยากเห็น อยากพูดคุยมากที่สุด เมื่อครั้งที่มีการจัดประกวดการแข่งขันหุ่นยนต์ตนก็ได้เข้าแข่งขันเช่นกัน ในใจคิดเสมอว่า ถ้าชนะจะได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นและอาจจะพบกับพ่อก็ได้ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ที่มา

2 ความคิดเห็น.

  1. ดูหนัง says:

    ดังใหญ่เลย

  2. Anonymous says:

    ไม่น่ารเชื่อครับ

ลงความคิดเห็น